ฟลอริด้า '07: หาดหินน้ำพุกับร้านเจ็ตตี้ส์

ความเดิมตอนที่แล้ว:
หนุกหนานบ้านพ่อทอม
11 สิงหาคม
ระหว่างที่เด็กๆอาบน้ำแต่งตัว แม่บอนนี่ขอตัวไปจ่ายของจัดบ้านเตรียมปาร์ตี้วันอาทิตย์ พวกเราก็เลยตามระเบียบค่ะ กินพาสต้าที่เหลือจากเมื่อคืนแถมกินซะบ่ายเลย ฮาฮาฮา แม่ไม่อยู่ หนูๆ(และพ่อ)ร่าเริง... อาหารร้าน Giuseppe's จานใหญ่แบบไม่ธรรมดาจริงๆ กินเป็นมื้อที่สองจนอิ่มแปร้กันถ้วนหน้าแล้วก็ยังไม่หมดอีก

พออิ่มหนำสำราญกันแล้วก็ตัดสินใจว่าเราไปทะเลกันดีกว่า เจนน่าเสนอว่าไปหาดอนุรักษ์ Blowing Rocks บอกว่าสวยแปลกดี ทุกคนก็ตื่นเต้นมากจะได้ลงว่ายน้ำทะเลแล้ว ใส่ชุดว่ายน้ำหอบหิ้วผ้าเช็ดตัว และที่ลืมไม่ได้คือโลชั่นทากันแดดค่ะ ก่อนออกจากบ้านก็ทาไปรอบนึงแล้ว ไปถึง โห... แดดแรง โบ๊ะอีกดีกว่า

ปรากฏว่าคุณป้าคนขายตั๋วบอกว่าหาดจะปิดสี่โมงครึ่งนะจ๊ะ เหลือเวลาเข้าไปเที่ยวแค่ครึ่งชั่วโมงเองง่ะ แง้ง...
เจนน่าเลยถามว่าถ้างั้นขอเข้าไปเดินเล่นไม่ต้องซื้อตั๋วได้เป่าคะ คุณป้าใจดีตกลงด้วยอะ ประหยัดตังค์ไปคนละสองบาท เจ๋งมากเจนน่า

ทางเดินเข้าดูแปลกดีค่ะ เหมือนเดินเข้าป่ามากกว่าไปชายหาด ต้นองุ่นทะเลขึ้นสองข้างทางแน่นกลายเป็นอุโมงค์ ที่เรียกองุ่นทะเลเพราะว่าลูกมันเป็นพวงๆดูเหมือนองุ่น และก็ขึ้นอยู่ริมทะเลน่ะค่ะ


สุดทางอุโมงค์มองออกไปเหมือนหลุดไปอีกที่นึงเลยค่ะ ท้องฟ้าแจ่มมากๆ หาดทรายแคบๆแต่ยาวสุดสายตา ทะเลสงบ น้ำสวยใส ลมพัดเย็นสบาย (แต่แดดแรงค่อดเหมียนเดิม) แต่ดูๆไปก็เหมือนหาดเล็กๆทั่วๆไปไม่เห็นมีอะไรพิเศษ แต่มันต้องมีอะไรสิเจนน่าถึงบอกว่ามันสวยแปลก


พอเขย่งเก็งกอยลุยทรายร้อนๆ เข้าไปใกล้ๆน้ำทะเลถึงเห็นว่ามันไม่ธรรมดาจริงๆด้วยค่ะ ตรงริมหาดมันไม่ได้เป็นทรายเหมือนทั่วๆไปแต่เป็นหินปูนฟอร์มตัวยาวตลอดฝั่ง บางช่วงของหินเป็นรูๆ เวลาที่ระดับน้ำทะเลสูงพอ คลื่นจะซัดผ่านรูพวกนี้กลายเป็นน้ำพุ ยิ่งถ้าคลื่นแรงมากๆเค้าว่าน้ำพุสูงได้ถึงห้าสิบเมตรเลยค่ะ เสียดายตอนนั้นน้ำลงเลยไม่มีน้ำพุ แต่ตอนน้ำลงนี่ก็ดีเหมือนกันนะคะ ได้ปีนลงไปดูหินข้างล่างสวยดี
ถ้ามีเวลาเยอะกว่านี้ก็อยากเดินสำรวจชายหาดไปเรื่อยๆ เดฟได้เดินค่ะ แต่ไปเร็วมาก ไต่หินเชิ้บๆไม่มีรอกันเลย มือก็ถือกล้องต้องค่อยๆไต่ ตามไม่ทันแล้ว แง...

เลยงอนดีกว่า ไม่ไปด้วยก็ได้ฟร่ะ แต่ปรากฏว่างอนแล้วเลยได้มีรูปตัวเองกะเค้าบ้าง เดฟเห็นหน้าหงิกเลยเริ่มรู้สึกผิด ให้ทำอะไรยอมหมดเลย ฮาฮาฮา เออ... แกล้งคนให้จ๋อยๆเล่นนี่บางทีก็ดีเหมือนกันแฮะ คิคิคิ
แม่บอนนี่กลับมาตอนเย็นก็พากันไปกินข้าวที่ร้าน Jetty's เป็นร้านอาหารทะเลชื่อดังบรรยากาศเยี่ยมของเมืองจูปิเต้อร์ค่ะ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Loxahatchee ฝั่งตรงข้ามกับประภาคารสีแดง วิวดีมากๆ เคยไปมาหนนึงจำได้ว่าอร่อย ร่ำร้องกับเดฟว่าอยากไปอีกตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเครื่องเลยค่ะ พอจะได้ไปจริงๆเลยตื่นเต้นน่าดู...

ตื่นเต้นซะจน... ลืมเอากล้องถ่ายรูปไปด้วย แงงงงง... คิดแล้วก็เจ็บใจหลาย อุตส่าห์หอบหิ้วกล้องตั้งสองตัวไปเที่ยวด้วย ถึงเวลาไปที่ที่ตั้งใจไปมากๆดั๊นไม่หยิบไปด้วยซะงั้น ต้องจำใจจำทนถ่ายด้วยมือถือสองเม็กเนี่ย หงึหงึ... เจ็บใจๆ

คืนวันเสาร์คนก็รอคิวเยอะตามความคาดหมายค่ะ ต้องรอโต๊ะตั้ง 45 นาที เลยไปเดินเล่นกันที่ท่าเรือข้างๆร้าน เรือที่มาเทียบส่วนใหญ่จะเป็นเรือยอช์ท บางลำให้เช่านำเที่ยวได้ด้วย แต่ค่าเช่าคนละ 70 เหรียญ นับจำนวนคนแล้วก็... เอิ๊กส์ ไม่เอาอะ เสียดายตังค์
แต่ไปเจออยู่ลำนึงค่ะที่ไม่เข้าพวกอย่างแรง ลำกุหลาบฟลอริด้านี่แค่เดินผ่านกลิ่นคาวปลาหอมชื่นใจก็โชยมาเลยค่ะ บอกได้ทันทีว่าลำนี้เป็นลำที่ชาวประมงท้องถิ่นใช้ออกไปจับปลาเป็นอาชีพจริงๆ เรือดูเขรอะๆ ไม่สะอาดเอี่ยมสวยงามเหมือนลำอื่นๆเค้าพอเดินกลับไปที่ร้านอาหารก็ไปนั่งเล่นเดินเล่นรอที่ท่าน้ำของร้าน มีหนุ่มหล่ออยู่คนเพิ่งจะคุกเข่าขอแฟนแต่งงานเป็นที่ฮือฮามากค่ะ สวี๊ททท...จริงๆ

พอคู่นี้เดินผ่านมา เราก็สังเกตุเห็นแหวนหมั้นเพชรเม็ดโตสะท้อนไฟวิ้งวั้ง อ่านะ จะไม่สังเกตุก็คงเป็นไปได้ยากละค่ะ ก็เจ้าหล่อนเล่นเดินกรีดนิ้วเฉิดฉายออกปานนั้น คิคิคิ นึกถึงตัวเองตอนหมั้นใหม่ๆ (แต่เพชรไม่โตเหมือนเค้าน่ะ)


มีโต๊ะนั่งทานข้าวข้างนอก รับลมชมวิว

ทางเดินออกไปท่าเรือหลังร้าน





จากท่าน้ำมองข้ามฝั่งไป
เห็นประภาคารแดง
มือถือซูมเอามันได้แค่นี้ง่า...

ในที่สุดแป้นคิวก็สั่นเรียก นั่งปุ๊บก็สั่งปลาหมึกทอดมากินเล่นก่อนเลย

ส่วนอาหารของเดฟเป็นปลาเก๋าย่างราดด้วยซ้อสเนื้อปู เสิร์ฟกับข้าวพิลาฟ อร่อยมากๆ เนื้อปูเป็นก้อนเป้งๆหวานอร่อยมาก

ของเราเองเป็นสเต๊กปลาดาบกับปูจ๋า มากับมันฝรั่งอบ งั่มงั่มงั่ม อร่อยมากกกก โดยเฉพาะปูจ๋า (แต่ก้อนเล็กกว่าที่เดฟทำครึ่งนึง)

พ่อทอม แม่บอนนี่และเจนน่าสั่งสแกลล็อปเหมือนกันหมด พ่อทอมให้ชิมคำนึง อร่อย...มาก...อีกละ มื้อนี้แพงใช้ได้เลยค่ะแต่อาหารอร่อย วิวสวย บริการดี คุ้มจริงๆ พ่อทอมกับแม่บอนนี่เอาบิลไปจ่ายตามเคย รู้สึกผิดเพราะเป็นคนคะยั้นคะยอให้เดฟพาไปเอง แต่ก็ขอบคุณพ่อทอมกับแม่บอนนี่มากๆนะค๊า


โปรดติดตามตอนหน้า:
เที่ยวเขาดิน ช่างสุขจริง
Labels: อร่อยลิ้มอิ่มหมี, ไปไหนไปกัน
























